บทที่ 2 หนีสวาทลุงเขยมาเจอพ่อผัวรัวไม่ยั้ง 2 นวดไปนวดมาเจอท่อนแข็งของลุงเขย
ช้องนางกล่าวขึ้นอย่างเจียมตัว พร้อมกับพยายามจะดันตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมกอดของชายแก่ตรงหน้า
“คุณลุงปล่อยช้องนางเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า…”
“ไม่เอาสิ อย่าคิดมากไปเลยนะหนูช้องนาง มา ๆ ลุงจะพาไปดูห้องส่วนตัวที่ให้แม่บ้านเค้าจัดเตรียมไว้ให้หลานนะ มาทางนี้เลยจ้ะ”
ลุงสง่ายอมปล่อยหล่อนออกจากอ้อมกอดที่รัดรึง เปลี่ยนเป็นโอบไหล่ให้ช้องนางลุกขึ้นยืนแล้วพาเดินไปทางหลังบ้าน โดยไม่ยอมปล่อยมือออกห่างจากกายหล่อน
ชายแก่จงใจโอบประคองสาวน้อยเข้ามาแนบชิด
แม้ช้องนางจะรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง แต่ก็ชอบในความเป็นคนอบอุ่นของลุงเขย อาจเป็นเพราะหล่อนกำพร้าพ่อมาตั้งแต่เด็ก
เมื่อมาถึงห้องนอนหลังบ้าน ลุงสง่าก็เปิดประตูเข้าไป
“นี่ไงจ๊ะห้องนอนของหนูช้องนาง”
ช้องนางเดินตรงไปที่โต๊ะเครื่องแป้งสีขาวสไตล์โมเดิร์น
“สวยจังเลยค่ะคุณลุง”
“ลุงว่าแล้วว่าหนูจะต้องชอบ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในห้องนี้ลุงจ้างนักออกแบบเขาดีไซน์และสั่งทำใหม่ทั้งหมดเลยนะ”
ชายแก่พูดพลางจ้องมองสะโพกอวบใหญ่ที่ดันกระโปรงทรงสอบของสาวน้อยออกมาจนเห็นเป็นก้อนเนื้อกลมกลึง
รวมถึงเต้านมใหญ่โตขนาดเท่าลูกมะพร้าวสองใบที่กระเพื่อมขึ้นลง ยามที่หลานสาวนอกไส้กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจไปรอบ ๆ ห้องนอนสีขาวสว่างสดใส
“ทีแรกป้าชดช้อยของหลานเค้าก็ไม่เห็นด้วยหรอก ที่ลุงจะใช้เงินเป็นแสนมาตกแต่งรื้อเฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้ใหม่ทั้งหมดเพื่อรับขวัญหลานน่ะ จนลุงต้องชักแม่น้ำทั้งห้าสารพัด อ้างว่าหลานจะได้มีกำลังใจในการเรียนหนังสือให้จบปริญญาตรี คุยกันอยู่ตั้งนานเลยนะ กว่าป้าของหลานเค้าจะยอมให้ลุงทำห้องนี้ให้ใหม่น่ะ”
ลุงสง่าร่ายยาวหวังให้หญิงสาวสำนึกในบุญคุณของเขาที่เสียเงินทองไปมากมายทั้งตกแต่งห้องนอนใหม่ และจ่ายค่าเล่าเรียนให้ช้องนางได้มีโอกาสได้เรียนต่อ
เมื่อหล่อนได้ฟังคำพูดของลุงเขยก็รู้สึกได้ว่าเขาต้องการให้หล่อนกล่าวขอบคุณหรือตอบแทนบุญคุณเขาบ้าง มิใช่มัวแต่กระโดดโลดเต้นดีใจกับห้องนอนใหม่ดังเช่นที่หล่อนกำลังทำอยู่ตอนนี้
“ช้องนางกราบขอบพระคุณคุณลุงมาก ๆ ค่ะ ที่เมตตาช้องนางมากขนาดนี้ หากจะมีอะไรที่พอจะตอบแทนบุญคุณของคุณลุงได้บ้าง ขอให้คุณลุงรีบบอกหนูได้เลยนะคะ หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงรับรองว่าหนูจะรีบทำให้คุณลุงทันทีค่ะ”
สาวน้อยเดินเข้าไปกราบแนบอกของชายแก่อย่างอ่อนน้อม
เป็นโอกาสให้ลุงสง่ารวบร่างสะโอดสะองค์ของช้องนางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด แล้วก้มลงสูดดมความหอมของเรือนผมยาวสลวยเป็นเงางาม
“ช่วงนี้ลุงปวดเมื่อยไปหมด ไม่รู้ว่าหลานพอจะช่วยนวดแข้งนวดขาให้ลุงได้บ้างหรือเปล่า”
ชายแก่กอดรัดช้องนางไว้แน่น พร้อมกับใช้สองมือหนาบีบคลำสะโพกอวบโตของหล่อนอย่างมันมือ
“ตอนอยู่บ้านนอก นางก็เคยนวดให้แม่ค่ะคุณลุง ถ้าคุณลุงอยากให้นางนวด นางก็ทำให้ได้ค่ะ”
“จริงหรือ ถ้างั้นก็เอากัน เอ๊ย… นวดกันตอนนี้เลยดีไหมล่ะหลาน ลุงกำลังปวดเมื่อยต้นขาอยู่พอดีเชียว”
ลุงสง่าหัวเราะชอบใจแล้วล้มตัวลงนั่งบนเตียงนอนขนาด 5 ฟุต เอามือดันร่างอวบอิ่มของช้องนางให้ลงไปนั่งอยู่กับพื้นห้อง
“ลุงเมื่อยตรงต้นขาช่วงนี้น่ะ”
ชายแก่เอามือชี้ไปที่ต้นขาขวา แม้จะมีกางเกงแพรปกปิดอยู่แต่เมื่อช้องนางใช้มือบีบนวดเข้าไปตรงบริเวณที่ลุงสง่าบอก หล่อนก็รู้สึกได้ทันทีว่าชายตรงหน้ายังหนุ่มแน่นอยู่เหลือเกิน เพราะมันเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ
“เข้ามานวดใกล้ ๆ สิหลาน นั่งเสียห่างเชียว ไม่ต้องกลัวลุงหรอก”
ลุงสง่าโอบไหล่หญิงสาวให้ตัวหล่อนเข้ามาแนบชิดอยู่กับท่อนขาแกร่งของเขา จนหน้าอกอวบอัดเบียดอยู่กับต้นขา
ช้องนางรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งกายด้วยความตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ขณะที่ใช้สองมือบีบนวดท่อนขาให้ลุงเขย
“เอ้อ ดี ๆ นวดตรงนั้นแหละ ดีจริง ๆ หลานนี่นวดเก่งใช้ได้เลยเชียว”
ช้องนางหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นมังกรยักษ์ของลุงสง่าผงกหัว ดันกางเกงแพรขึ้นมาตั้งโด่เป็นลำ
หล่อนไม่ใช่เด็กแล้วย่อมรู้ดีว่าลุงสง่ามีความต้องการถึงได้แข็งโด่เด่เสียขนาดนี้
…
ทันใดนั้น….
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ
ป้าพุ่มแง้มประตูโผล่หน้าเข้ามาแจ้งว่าอาหารเย็นเตรียมไว้ใกล้จะเสร็จแล้ว อีกสักยี่สิบนาทีให้ออกไปรับประทานได้เลย
ลุงสง่าจึงรีบตัดบท
“หลานช้องนางอาบน้ำอาบท่าแล้วออกไปทานอาหารเย็นกันเถอะนะลูก เอาไว้มีเวลาว่าง ๆ เราค่อยมาคุยกันใหม่ ยังมีเวลาอีกเยอะแยะที่จะได้ทำความรู้จักกัน ลุงขอตัวออกไปก่อนนะ”
พูดจบชายแก่ก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงด้วยใบหน้าแสนเสียดาย
“เอาไว้ช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยู่บ้าน ลุงจะแวะเข้ามาให้หลานนวดขาให้ต่อนะ ช่วงนี้ปวดเมื่อยเหลือเกิน”
“ทำไมถึงต้องนวดตอนที่ไม่มีคนอยู่บ้านด้วยหรือคะคุณลุง?”
“เพราะลุงไม่อยากให้คนในบ้านเข้าใจผิดน่ะสิ แค่นวดขาให้เท่านั้นแหละ แต่พวกคนใช้คนครัวถ้ามันมาเห็นเข้าแล้วเอาไปบอกป้าช้อย เดี๋ยวจะเป็นเรื่องราวใหญ่โตกันไปซะเปล่า ๆ”
จากนั้นลุงสง่าก็ออกจากห้องไปด้วยท่าเดินอันแปลกประหลาดเพราะแกต้องปกปิดเป้ากางเกงแพรที่ปูดโปนออกมาเป็นลำยาวชี้เด่
